รู้จัก “Family Office” เบื้องหลังการบริหารความมั่งคั่งของตระกูลใหญ่
รู้จัก “Family Office” เบื้องหลังการบริหารความมั่งคั่งของตระกูลใหญ่ ตั้งแต่พอร์ตลงทุน ภาษี กฎหมาย ไปจนถึงการส่งต่อทรัพย์สินและมรดก
ปัจจุบันธุรกิจ Wealth Advisory หรือการให้คำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามการขยายตัวของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดโลก
จากเดิมที่บริการเน้นเพียงการให้คำแนะนำด้านการลงทุนหรือการจัดพอร์ตสินทรัพย์ ปัจจุบันรูปแบบบริการขยับไปสู่การดูแลลูกค้าแบบองค์รวมมากขึ้น ทั้งการวางแผนภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย
การบริหารความเสี่ยง การจัดโครงสร้างทรัพย์สิน การกำกับดูแลกิจการภายในครอบครัว รวมถึงการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น
ทำให้ผู้ให้บริการ Wealth Advisory ต้องพัฒนารูปแบบบริการที่สามารถออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และประสานงานผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ Family Office ได้รับความสนใจและมีบทบาทเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ
Family Office คืออะไร?
Family Office หรือสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Wealth Advisory ที่พัฒนาจากการบริหารความมั่งคั่งเฉพาะครอบครัว ไปสู่โครงสร้างการบริหารเงินทุนของภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดสรรเงินทุนในระบบเศรษฐกิจโลก
Family Office ขนาดใหญ่ที่สุด 50 แห่ง มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ 10 อันดับแรกมีสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนจำนวน Family Office ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากประมาณ 1,285 แห่งในปี 2562 เป็นมากกว่า 4,500 แห่งในปี 2566 และมากกว่า 8,000 แห่งในปี 2569
อีกแนวโน้มสำคัญคือ Family Office ขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาทในการลงทุนโดยตรง หรือ Direct Investment มากขึ้น แทนการลงทุนผ่านกองทุน โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเทคโนโลยี และ Venture Capital ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการจัดตั้ง Single-Family Office ใหม่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น Family Office จึงไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงการบริหารทรัพย์สินของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารเงินทุนระยะยาว การกระจายความเสี่ยง การวางแผนการลงทุน ตลอดจนการสืบทอดและส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นอย่างเป็นระบบ
Family Office ดูแลอะไรบ้าง?
Family Office คือการให้บริการบริหารจัดการความมั่งคั่งและกิจการที่เกี่ยวข้องของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงอย่างเป็นระบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการบริหารพอร์ตลงทุน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนภาษีและกฎหมาย การวางแผนมรดกและการสืบทอดความมั่งคั่ง การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการภายในครอบครัว ไปจนถึงกิจกรรมเพื่อสังคมและการกุศล
รูปแบบและขอบเขตการให้บริการจะแตกต่างกันไปตามความต้องการ เป้าหมาย และความซับซ้อนของทรัพย์สินของแต่ละครอบครัว
โดย Family Office ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางและประสานการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวให้มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีทรัพย์สินหลายประเภท มีสมาชิกหลายรุ่น หรือมีการลงทุนในหลายประเทศ
การมี Family Office จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรเงินทุน และสนับสนุนการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นอย่างมีธรรมาภิบาล
โดยทั่วไป บริการ Family Office แบ่งองค์ประกอบหลักออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่
1. การบริหารทรัพย์สินและการลงทุนของครอบครัว (Wealth Management & Family Investment)
ครอบคลุมการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง รวมถึงการติดตามและรายงานผลการลงทุนแบบรวมศูนย์
2. การวางแผนภาษีและกฎหมาย (Tax & Legal Affairs)
รวมถึงการวางแผนมรดกและการสืบทอดความมั่งคั่ง ตลอดจนการจัดโครงสร้างทรัพย์สินและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
3. บริการสนับสนุนและงานบริหารส่วนกลาง (Administrative Services)
เช่น งานบัญชี การรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล การบริหารเอกสาร และการประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและการกุศลของครอบครัว (Philanthropic Activities) รวมถึงการลงทุนหรือดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
นอกจากนี้ Family Office ยังสามารถประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก เช่น ผู้จัดการกองทุน ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาภาษี ผู้ดูแลผลประโยชน์ และผู้ให้บริการด้านบัญชี เพื่อให้การบริหารความมั่งคั่งมีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของสมาชิกในแต่ละรุ่น
การกำกับดูแล ก.ล.ต.
ประเด็นสำคัญสำหรับประเทศไทยคือ Family Office ทั้ง 4 ด้านไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ทั้งหมด ดังนั้นจึง ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Family Office เป็นการเฉพาะ แต่จะใช้แนวทาง Activity-based Regulation หรือการกำกับดูแลตามลักษณะกิจกรรมที่ให้บริการจริง
กล่าวง่าย ๆ คือ จะต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ ไม่ได้ตัดสินจากการเรียกตัวเองว่า “Family Office” แต่พิจารณาจากกิจกรรมที่ให้บริการจริงและเกี่ยวข้องกับตลาดทุน
ก.ล.ต. จะกำกับเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและเข้าข่ายการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมาย เช่น การให้คำแนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ หรือการบริหารจัดการเงินลงทุนและทรัพย์สินของลูกค้าในหลักทรัพย์
ส่วนบริการด้านภาษี กฎหมาย งานธุรการ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม อาจอยู่ภายใต้กฎหมายหรือการกำกับดูแลของหน่วยงานอื่นตามลักษณะของกิจกรรมนั้น
กิจกรรมอย่างการวางแผนภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การจัดเก็บเอกสาร หรือการติดตามสถานะธุรกรรม ซึ่งไม่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
แต่หากเป็นการรวบรวมข้อมูลพอร์ต การจัดทำรายงานภาพรวมทรัพย์สิน การประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก หรือการติดตามสถานะธุรกรรม จะต้องเป็นงานเชิงธุรการ โดยไม่มีการวิเคราะห์ ให้ความเห็น ให้คำแนะนำ ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุน หรือรับส่งคำสั่งซื้อขายแทนลูกค้า เว้นแต่เป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Family Office มี 2 รูปแบบ
Family Office แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
Single-Family Office (SFO) และ Multi-Family Office (MFO)
ซึ่งมีเป้าหมายในการบริหารความมั่งคั่งเหมือนกัน แต่ต่างกันในด้านกลุ่มผู้รับบริการ โครงสร้างต้นทุน ระดับความเป็นส่วนตัว และรูปแบบการกำกับดูแลภายใน
Single-Family Office (SFO) ให้บริการแก่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งหรือกลุ่มกิจการของครอบครัว หรือ “กงสี” โดยเฉพาะ ไม่ได้ประกอบกิจการเป็นปกติธุระ และไม่ได้เปิดเผย เสนอ หรือชักชวนบุคคลทั่วไปให้ใช้บริการเป็นวงกว้าง
จุดเด่นคือความเป็นส่วนตัว การควบคุมการตัดสินใจ และความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายการลงทุนและบริหารทรัพย์สิน แต่รูปแบบนี้มักมีต้นทุนการดำเนินงานสูง เพราะต้องมีบุคลากร ระบบงาน และผู้เชี่ยวชาญหลายด้านรองรับครอบครัวเพียงรายเดียว
หากเป็นการบริหารทรัพย์สินภายในครอบครัว ไม่ได้ให้บริการบุคคลภายนอก ไม่ได้ดำเนินการเป็นปกติธุระ และไม่ได้เปิดเผย เสนอ หรือชักชวนบุคคลทั่วไปให้ใช้บริการเป็นวงกว้าง จะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จาก ก.ล.ต.
ส่วน Multi-Family Office (MFO) เป็นการให้บริการแก่ครอบครัวมากกว่าหนึ่งครอบครัว โดยอาจใช้บุคลากร ระบบงาน และความเชี่ยวชาญร่วมกัน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและเข้าถึงบริการระดับมืออาชีพได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเป็น MFO ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาจากกิจกรรมที่ให้บริการจริงว่าเข้าข่ายการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือไม่ หากเป็นบริการด้านภาษี กฎหมาย บัญชี หรืองานธุรการที่ไม่เข้าลักษณะดังกล่าว ก็ไม่ต้องขอรับใบอนุญาต
สิ่งที่ต้องจับตา หาก Family Office เข้าไปแตะตลาดทุน
หากผู้ให้บริการต้องการทำธุรกิจ Family Office เป็นปกติธุระ มีการเปิดเผย เสนอ หรือชักชวนให้บุคคลอื่นใช้บริการเป็นวงกว้าง และบริการดังกล่าวเข้าข่ายกิจกรรมที่ ก.ล.ต. กำกับ ผู้ให้บริการต้องได้รับใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มให้บริการ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามหลักเกณฑ์
กิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องมี 2 ลักษณะ
1. การให้คำแนะนำการลงทุนภายใต้ใบอนุญาตที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Advisory: IA)
โดยทั่วไป การให้คำแนะนำ วิเคราะห์ หรือเสนอแนะเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนเป็นรายบุคคล โดยผู้ให้บริการไม่มีอำนาจตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า เข้าลักษณะการเป็น IA และต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
อย่างไรก็ตาม มี 2 กรณีที่เข้าข้อยกเว้น ได้แก่
ให้บริการแก่ลูกค้าไม่เกิน 15 รายในรอบระยะเวลา 12 เดือนใด ๆ โดยไม่ได้แสดงตนว่าให้บริการเป็น IA และไม่ได้กระทำเป็นทางค้าปกติ ให้คำแนะนำเฉพาะแก่ผู้ลงทุนสถาบัน
สำหรับกรณีลูกค้าไม่เกิน 15 ราย ผู้ให้บริการต้องมีทั้งการให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนจริงไม่เกิน 15 รายในรอบ 12 เดือน และไม่ได้แสดงตนว่าจะให้บริการ IA โดย ก.ล.ต. จะพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์โดยรวม เช่น กลุ่มเป้าหมาย วิธีนำเสนอหรือประชาสัมพันธ์ และรูปแบบการให้บริการ ไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนลูกค้าที่ตกลงใช้บริการเท่านั้น
ดังนั้น หากผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์หรือสื่ออื่นว่าเปิดให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนแก่บุคคลทั่วไป แม้มีลูกค้าใช้บริการจริงไม่เกิน 15 ราย ก็อาจไม่เข้าข้อยกเว้นดังกล่าว
การเรียกเก็บค่าตอบแทนไม่ได้ทำให้เสียสิทธิตามข้อยกเว้น แต่รูปแบบค่าตอบแทน ความต่อเนื่องของบริการ และวิธีนำเสนอบริการ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้พิจารณาว่าผู้ให้บริการแสดงตนว่าจะให้บริการ IA หรือไม่
ตัวอย่างที่อาจเข้าข้อยกเว้น คือ สำนักงานกฎหมายให้บริการครอบครัวที่เป็นลูกค้าเดิมอยู่แล้ว และลูกค้าเป็นฝ่ายขอคำแนะนำด้านการลงทุนเพิ่มเติม โดยสำนักงานกฎหมายไม่ได้ประชาสัมพันธ์บริการดังกล่าวต่อบุคคลทั่วไป และจำกัดจำนวนผู้ได้รับคำแนะนำไม่เกิน 15 รายในรอบ 12 เดือน แม้จะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนก็อาจเข้าข้อยกเว้นได้
ในทางกลับกัน หากผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ว่าให้บริการ IA แก่ Family Office ทั่วไป แม้มีลูกค้าใช้บริการจริงเพียง 5 ราย ก็อาจถือว่ามีการแสดงตนว่าจะให้บริการที่ปรึกษาการลงทุน
หากการให้คำแนะนำไม่เข้าข้อยกเว้น ผู้ที่ต้องการให้บริการจะต้องขอรับใบอนุญาต IA ก่อนเริ่มให้บริการ และผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจะให้บริการได้ภายในขอบเขตของใบอนุญาต รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาต IA อาจร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ภายใต้ขอบเขต เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
2. การบริหารจัดการทรัพย์สินภายใต้ใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund: PF)
หากบริการ Family Office ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการเงินหรือทรัพย์สินของลูกค้า การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ การปรับพอร์ต หรือการตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้าโดยผู้ให้บริการมีดุลยพินิจ การให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะการจัดการกองทุนส่วนบุคคล
ผู้ที่ต้องการให้บริการดังกล่าวเป็นปกติธุระ หรือเปิดเผย เสนอ หรือชักชวนบุคคลอื่นให้ใช้บริการเป็นวงกว้าง โดยแสดงตนว่าจะให้บริการจัดการลงทุนและดำเนินการเป็นทางค้าปกติ จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลจาก ก.ล.ต. ก่อนเริ่มให้บริการ
ไม่มีใบอนุญาตเอง ก็ออกแบบบริการร่วมกับผู้มีใบอนุญาตได้
หาก Family Office ไม่ขอใบอนุญาตเอง แต่ต้องการนำเสนอบริการแบบองค์รวม ก็สามารถจัดรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อให้กิจกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตและความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว เช่น การให้คำแนะนำการลงทุน การจัดการพอร์ต การรับส่งคำสั่งซื้อขาย หรือการตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า
รูปแบบความร่วมมือที่ต้นฉบับยกตัวอย่างมี 3 กรณี
รูปแบบที่ 1 : FO ไม่มีใบอนุญาตและทำหน้าที่ประสานงานด้านธุรการ
Family Office ที่ไม่มีใบอนุญาตสามารถช่วยนัดหมาย จัดเตรียมหรือส่งต่อข้อมูลและเอกสารที่ไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย และติดตามสถานะการดำเนินงานได้ แต่ลูกค้าต้องติดต่อและแจ้งคำสั่งซื้อขายกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตโดยตรง
Family Office ต้องไม่รับ ยืนยัน แก้ไข หรือส่งผ่านคำสั่งซื้อขายในนามลูกค้า รวมถึงต้องไม่ให้คำแนะนำหรือใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า
รูปแบบที่ 2 : ผู้ได้รับใบอนุญาต outsource งานให้ FO
ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอาจมอบหมายให้ Family Office ทำงานบางส่วนในด้าน front office, middle office หรือ back office ได้ เฉพาะงานและภายใต้เงื่อนไขที่หลักเกณฑ์รองรับ
Family Office ต้องทำงานภายใต้ขอบเขต ระบบงาน และการควบคุมดูแลของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต โดยผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวยังคงรับผิดชอบต่อลูกค้าและ ก.ล.ต. เช่นเดิม
รูปแบบที่ 3 : FO มีใบอนุญาต IA และทำหน้าที่ Pass-on Order
Family Office ที่ได้รับใบอนุญาต IA อาจอำนวยความสะดวกในการรับส่งคำสั่งซื้อขายได้ เมื่อได้รับการแต่งตั้งจากผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เป็นตัวแทนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังคงเป็นผู้ตัดสินใจและยืนยันคำสั่งซื้อขายด้วยตนเอง ขณะที่ Family Office ต้องไม่ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุนหรือปรับพอร์ตแทนลูกค้า และผู้ประกอบธุรกิจนายหน้ายังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการให้บริการ
ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบใด Family Office และผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตควรกำหนดบทบาท ช่องทางการติดต่อ ระบบงาน และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าแต่ละกิจกรรมดำเนินการโดยใครและอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประเภทใด
มีค่าตอบแทนได้ แต่ต้องเปิดเผย
การร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอาจมีการกำหนดค่าตอบแทนระหว่างกัน เช่น ค่าตอบแทนจากการแนะนำลูกค้า ส่วนแบ่งรายได้ หรือค่าตอบแทนจากการให้บริการต่อเนื่อง แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นค่าตอบแทนสำหรับบทบาทหรือบริการที่สามารถดำเนินการได้โดยชอบ
ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตต้องระบุ ประเมิน ป้องกัน และจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงเปิดเผยให้ลูกค้าทราบก่อนตัดสินใจใช้บริการหรือลงทุน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ประเภทและจำนวนหรือวิธีคำนวณค่าตอบแทนที่จ่ายหรือได้รับ และผลกระทบที่อาจมีต่อการให้คำแนะนำหรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกัน Family Office ก็ควรเปิดเผยต่อลูกค้าว่าตนได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจรายใดและในลักษณะใด เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ
ก.ล.ต. เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศ Family Office ในไทย
ก.ล.ต. ผลักดันและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจ Family Office ในประเทศไทย ทั้งด้านโครงสร้างการให้บริการ ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานวิชาชีพ และกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับความต้องการของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนามาตรฐานการให้บริการให้สามารถแข่งขันกับศูนย์กลาง Family Office ชั้นนำในต่างประเทศได้
การพัฒนาธุรกิจ Family Office ยังสามารถสนับสนุนตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการดึงดูดเงินลงทุนระยะยาว การส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนไปสู่ธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยให้มีความครบวงจรมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง Family Office ยังมีบทบาทช่วยให้ครอบครัวสามารถเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่งจากธุรกิจดั้งเดิมไปสู่พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงและบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB